ผักปลอดสารพิษ

เมื่อวันที่ 19/5/2553 ผมได้ประชุมกับทีมงานเรื่องของการส่งเสริมการปลูกผักของชุมชน โดยมีตัวแทนเกษตรอำเภอและทาง สสอ. เข้ามาร่วมประชุม

โดยผมมีแนวคิดที่จะให้โรงพยาบาลใช้ผักปลอดสารพิษที่เราควบคุมเอง โดยไปดูแลการผลิตและมีการตรวจสอบผักโดยกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคของรพ.

ข้อสรุปของที่ประชุม คือ ทีมงานของ รพ. โดยงานยาเสพติดและสุขศึกษา ไปคุยกับชุมชน โดยเน้นส่งเสริมในกลุ่มผู้ติดยาเป็นหลัก แต่เน้นให้ประสานกับผู้นำชุมชน ให้เกิดความยั่งยืน หากได้กลุ่มที่ชัดเจนแล้ว ทางเกษตรจะมาส่งเสริมให้คำแนะนำทางวิชาการ อาจจะให้พันธุ์ผักด้วย และทาง รพ. จะเป็นแหล่งตลาดให้

โดยส่วนหนึ่งจะใช้ใน รพ. ทำอาหารให้ผู้ป่วย ที่เหลือจะแบ่งขายใน รพ. โดยถือว่าเป็นผักปลอดสารพิษโดยการรับรองของ รพ. คิดว่าส่วนหนึ่งเจ้าหน้าที่ รพ. และญาติผู้ป่วยจะมาซื้อด้วย สิ่งที่ได้จากโครงการนี้ คือการส่งเสริมอาชีพในผู้ที่เลิกจากยาเสพติดให้มีอาชีพ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่สำคัญของอำเภอ และมั่นใจว่า รพ.ได้รับประทานผักปลอดสารพิษ โดยให้ทีม รพ.และ สอ. ช่วยดูแลการผลิตไมให้ใช้สารพิษ และมีการสุ่มตรวจเพื่อเป็นการยืนยันอีกครั้ง ผลการดำเนินงานจะเป็นอย่างไรค่อยนำมาถ่ายทอดอีกครั้งในโอกาสต่อไป

วิชาการแพทย์

วันนี้เป็นครั้งแรกของการนัดประชุมวิชาการของแพทย์

ผมเสนอให้แพทย์มาร่วมรับประทานอาหารเที่ยงทุกวันพุธ(อาจจะเลื่อนไปวันอื่นในเดือนถัดไป) อาทิตย์ละครั้ง วัตถุประสงค์เพื่อให้แพทย์ โดยเฉพาะแพทย์ใหม่ได้รับข้อมูลวิชาการใหม่ ๆ และทบทวนการดูแลผู้ป่วย ที่ผ่านมาว่ามีปัญหาต้องปรับปรุงแก้ไขอะไรบ้าง และในส่วนของแพทย์เฉพาะทางได้มาคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล หรือมีประเด็นปัญหาใดจะได้แก้ไข ผู้อำนวยการจะได้มาร่วมพบปะและร่วมรับฟังไปด้วย ซึ่งคิดว่ามีประโยชน์

อยากจะให้ทุกหน่วยโดยเฉพาะที่ต้องดูแลผู้ป่วยน่าจะนำปัญหามาคุยกัน หาแนวทางแก้ไขแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซึ่งจะเป็นการสร้างบรรยากาศองค์กรแห่งการเรียนรู้พัฒนา ซึ่งจะได้พยายามดำเนินการในส่วนอื่น ๆ ต่อไป

วันนี้เป็นการทบทวน pneumonia ในเด็ก โดยคุณหมอสุภัค กุมารแพทย์ของโรงพยาบาล ไปทบทวนผู้ป่วยที่วินิจฉัย pneumonia ที่มารักษาที่รพ.สุไหงโก-ลก ได้ข้อมูลที่น่าสนใจ เห็นโอกาสการพัฒนาในหลายประเด็น

เพื่อการดูแลรักษาที่มีคุณภาพมากขึ้น รวมถึงข้อมูลทางวิชาการด้วย ประเด็นพัฒนา เช่น การใส่ tube ในเด็ก ความลึกให้เหมาะสม การประเมิน ข้อที่ต้องระวัง เช่น IV fliud ที่อาจจะมีผลต่อเด็กตัวเล็กๆ รวมถึงการส่ง lab ส่ง Hemoculture เมื่อไร sputum gram strain ควรดำเนินการอย่างไร การเลือกใช้ยา ฯลฯ ผมอยากเห็นการดำเนินการลักษณะอย่างนี้ และนำข้อมูลที่พบไปวางแผนพัฒนา เพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วยให้ดีขึ้นต่อไป ซึ่งการพัฒนาอาจจะไปถึงโรงพยาบาลชุมชนในเครือข่ายด้วย

ต้องขอบคุณแพทย์ที่มาร่วมประชุมกันทุกคน และขอบคุณคุณหมอสุภัค ที่ทบทวนเรื่องดี ๆ ให้นำไปพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

นโยบายที่ผมจะใช้บริหาร รพ.

แนวนโยบายของผม มีส่วนที่สำคัญอยู่ 3 ส่วน คือ

1. คุณภาพมาตรฐานในการทำงาน ในทุกระดับ ในทุกการทำงานของโรงพยาบาลต้องอยู่ในมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับและบนพื้นฐานทางวิชาการ เช่น มาตรฐาน HA TQA หรือมาตรฐานวิชาชีพการดูแลรักษาผู้ป่วย เช่น การรักษาเบาหวานของสมาคมเบาหวานหรือของ ADA(american diadetic association) เป็นต้น ขอให้ทุกงานไปทบทวนในมาตรฐาน

2. บริการประทับใจ เหนือความคาดหมาย เน้นว่าต้องมีมาตรฐานก่อนและเน้นพฤติกรรมบริการ บริการเหนือความคาดหมายในเชิงประทับใจ ไม่ใช่ตามใจ(ต้องมีมาตรฐานความจำเป็นรองรับ) จุดนี้นับว่ามีความสำคัญเป็นสิ่งที่ทำให้ความพึงพอใจของผู้ป่วยและญาติและความสัมพันธ์ที่ดี โอกาสเกิดปัญหาจะน้อยลง ขอให้บุคลากรของโรงพยาบาลให้ความสำคัญในประเด็นนี้

3. การมีส่วนร่วมของชุมชน ประชาชน การดูแลรักษาสุขภาพปัจจุบัน ต้องเน้นที่เจ้าของสุขภาพมีส่วนร่วมด้วย การที่ท่านทำงานส่งเสริมสุขภาพต้องดูการมีส่วนร่วมด้วย ซึ่งมีความสำคัญให้เกิดความยั่งยืนในการทำงาน นอกจากนี้ยังหมายถึงการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการทำงาน โรงพยาบาลเป็นของทุกคนที่ต้องร่วมมือช่วยกันในการทำงาน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก

ให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคนตระหนักทั้ง 3 เรื่อง หัวหน้างานมีการประชุมเจ้าหน้าที่ในทุกเดือน นำประเด็นเหล่านี้ไปชี้แจง มีการทบทวนให้อยู่ในแนวทางตามแนวนโยบายและวิสัยทัศน์ของโรงพยาบาล และผมจะไปเยี่ยมตามหน่วยงานเพื่อประเมินติดตามเป็นระยะต่อไป