วันนี้จะขอเล่าเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญต่อโรงพยาบาลและต่อทุคน คือการตรวจสอบเวชระเบียนผู้ป่วย ซึ่งปัจจุบันถือเป็นรายได้หลักของโรงพยาบาล
กล่าวคือ ผู้ป่วยที่มานอนในโรงพยาบาลได้รับการดูแลรักษาจากพวกเรา เมื่อกลับบ้านข้อมูลในเวชระเบียนผู้ป่วยต้องได้รับการสรุป โดยแพทย์ ถึงโรคที่รักษา การพยาบาลที่ได้รับ หรือหัตถการต่าง ๆ ที่ทำกับผู้ป่วย เสร็จแล้วให้ทางหน่วยเวชสารสนเทศ ให้รหัสโรคและหัตถการต่าง ๆ แล้วส่งข้อมูลไปตรวจสอบเพื่อขอรับเงินจากการดูแลผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยในทุกสิทธิต้องทำเหมือนกัน ต่างกันในรายละเอียดเล็กน้อย หากข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง จะถูกตีกลับมาแก้ไขแล้วรีบส่งไปใหม่ ทั้งหมดต้องเสร็จสิ้นภายใน 1 เดือนหลังผู้ป่วยกลับบ้าน หากล่าช้าจะถูกหักไปตามระยะเวลาที่ช้าไปตามข้อตกลง
ที่ผ่านมาโรงพยาบาลได้ดำเนินการมาอย่างดีระดับหนึ่ง ทำให้เราได้รับเงินมาพัฒนาโรงพยาบาล จ่ายค่าล่วงเวลาหรือในกิจการต่าง ๆ เช่น
ในส่วนของแพทย์ กำชับให้แพทย์สรุปข้อมูลให้ทันใน 3 วัน หากไม่ทันมีการปรับเงิน ซึ่งปัจจุบันเรียกได้ว่าแพทย์ทุกคนให้ความร่วมมืออย่างดี ได้เกือบ 100 % ที่สรุปไม่ทันเดือนละ 1-3 chart เท่านั้น
ในส่วนของchart ที่สรุปแล้วจะได้รับการตรวจสอบเพื่อดูความครบถ้วนของการสรุปไม่ให้ตกหล่น เพราะส่วนที่ตกหล่นคือเงินที่หล่นหายไป มี คุณจินตนา(หน่อย) หัวหน้าห้องฉุกเฉิน คุณสมมาศ หน่วยไตเทียม และคุณโอภาส เวชสารฯ ช่วยในการ audit chart ผู้ป่วยที่แพทย์สรุปว่าขาดตกตรงไหนก็เพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถึงแม้ว่าจะมีค่าตอบแทนให้(ซึ่งควรจะได้ตามงานที่ทำ) แต่ผมถึอว่าได้เสียสละเวลาช่วยโรงพยาบาลอย่างมาก
จากข้อมูลที่คุณโอภาสได้สรุปมา ข้อมูลคร่าว ๆ ว่าทำให้โรงพยาลบาลได้เงินมาเพิ่มหากไม่ได้มีการ audit ใน 6 เดือนประมาณ 5.5 ล้านบาท หมายความว่าหากเราไม่มีกระบวนการนี้เราจะได้เงินน้อยลงไป 5.5 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามจากที่ผมดูข้อมูลเรายังไม่สามารถ audit chart ได้ทั้งหมด ปัจจุบันทำได้ประมาณ 70 % ของผู้ป่วยใน ถ้าคิดตามสัดส่วนหากเราทำได้ 100 % เราก็จะได้เงินเพิ่มมาอีก ประมาณ 2.35 ล้านบาทใน 6 เดือน และยังมีในส่วนของข้าราชการที่เบิกจ่ายตรง ที่ยังมีโอกาสการตรวจสอบเพิ่มเติมและปรับระบบให้ข้อมูลได้ทันเวลาจะทำให้โรงพยาบาลได้เงินเพิ่มอีกประมาณ 120,000 ต่อปี ทั้งหมดนี้ดูว่าผมให้ความสำคัญกับเงิน ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าการจะพัฒนาเรื่องใด ทำงานใดต้องใช้เงินทั้งนั้น ผมมีความตั้งใจจะพัฒนางานอีกหลายเรื่องซึ่งต้องใช้เงิน และแนวโน้มในโรงพยาบาลในขณะนี้ทุกเดือนจะขาดทุนหลายล้านบาทต่อเดือน ดูจากเงินบำรุงที่ลดลงในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาประมาณ 30 ล้าน
ที่จริงแล้วเงินที่กล่าวมาเหล่านี้ เป็นเงินที่เราควรจะได้อยู่แล้ว แต่เนื่องจากการจ่ายใช้ระบบนี้ซึ่งแต่ละโรงพยาบาลก็มีข้อบกพร่องอยู่ ปัจจุบันทุกโรงพยาบาลก็พยายามทำให้ครบถ้วนอยู่ที่การตรวจสอบ หาจุดรั่วของข้อมูลหรือขั้นตอนต่าง ๆ เช่น เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ผมพยายามหาจุดที่บกพร่องที่เราอาจจะนึกไม่ถึง
กรณีเบิกจ่ายตรงที่ผู้ป่วยนอก สอบถามจากการเงินว่าเราได้รับการจัดสรรครบถ้วนหรือไม่ ได้ข้อมูลว่าที่โรงพยาบาลส่งข้อมูลไปจากใบสั่งยาที่มาถึงการเงิน ก็ได้รับจัดสรรตามนั้น 100 % ดูแล้วก็ครบถ้วนใช่หรือไม่ ผมตั้งคำถามต่อว่าแล้วผู้ป่วยเบิกจ่ายตรงที่มาตรวจและรับยากลับไปในแต่ละวันแต่ละเดือนตรงกับที่การเงินได้รับใบสั่งยาหรือไม่ เรายังไม่เคยตรวจสอบ เลยมอบคุณหมอพรประสิทธิไปช่วยดู ก็ได้ข้อมูลมาอย่างรวดเร็วจากศูนย์คอมพิวเตอร์ คุณแนท พบว่าข้อมูลใบสั่งยาที่ไปถึงการเงินขาดหายไป ตรวจสอบแล้วตกเดือนละประมาณ 200,000 บาท ขณะนี้เลยช่วยกันดำเนินการอยู่ โดยศูนย์คอม หาข้อมูลมาทั้งหมด ฝ่ายเวชสารคุณโอภาสและทีมตรวจสอบส่วนที่ขาด ส่งให้คุณสุทิน การเงินส่งข้อมูลย้อนหลัง ซึ่งได้เพียง 1 ปี คือ ตั้งแต่เมษายน 2552 ขณะนี้กำลังทยอยส่งไปเพื่อเก็บเงินกับกรมบัญชีกลางย้อนหลัง คาดว่าน่าจะได้เงินในส่วนของเราที่ควรได้มาเพิ่ม ประมาณ 2.4 ล้านบาท ขณะนี้ถึงเดือนมิย 2552 ได้มาแล้วประมาณ 500,000 บาท
ที่เล่ามาทั้งหมดเพื่อที่จะบอกพวกเราว่า ยังมีอะไรที่หากพวกเราช่วยกันโรงพยาบาลก็จะอยู่รอดแบบสบาย ๆ ขณะนี้กำลังแก้เรื่อง audit chart ที่ต้องขอพยาบาลมาเพิ่มช่วยในการ audit chart โดยมีค่าตอบแทนเล็กน้อยให้ประมาณ 9,000-10,000 บาทต่อเดือน
ที่สำคัญทำให้โรงพยาบาลได้รับเงินที่ควรจะได้อย่างเต็มที่ และมอบงานเวชสารไปดูระบบในการจัดการให้กระบวนการทั้งหมดให้ทันการ และการนำข้อมูลที่พบจากการตรวจสอบมาแจ้งแพทย์เป็นประจำ เพื่อจะได้เรียนรู้ร่วมกันและสรุปให้ครบถ้วนไม่ต้องมา audit กันบ่อย ๆ ตลอดไป พยาบาลท่านใดสนใจติดต่อที่ผมหรือคุณจินตนา ก็ได้ ซึ่งทางทีมงานจะช่วยสอนให้ต่อไป ผมคิดว่าพยาบาลทุกคนทำได้